จากที่ผมเคยรีวิว iRobot Roomba 760 ซึ่งเป็นรุ่นกลางของ Series 700 ของเมื่อปี 2013 ไป ก็มีหลายคนสนใจเข้ามาสอบถามรายละเอียดกันเยอะมากครับ โดยที่ปีนี้ทาง iRobot ก็เปิดตัว iRobot Roomba 800 Series ซึ่งพัฒนาความสามารถในการทำความสะอาดมากกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว
ปีนี้เป็นปีที่หลายๆเจ้าเริ่มเข้ามาจับตลาดหุ่นยนต์ทำความสะอาดกันเยอะมากแล้ว สาเหตุก็เพราะว่า ตอนนี้คนเมืองอาศัยในคอนโดกันเยอะ แล้วการทำความสะอาดในคอนโด ไม่จำเป็นต้องถูพื้น แค่กวาดเอาก็พอ แต่ด้วยการที่ห้องมันคับแคบ จะให้แบกไม้กวาดไล่เดินกวาดมันก็ดูจะลำบากอยู่ สุดท้ายก็เลยเป็นช่องทางให้หลายๆบริษัทเช่น Samsung , LG , Autobot และ iRobot เข้ามาทำตลาดในส่วนนี้ครับ
สำหรับท่านใดที่ยังไม่รู้จักความสามารถของพวกหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านดี ผมแนะนำให้ไปอ่านรีวิว iRobot 760 ตัวแรก ของผมก่อนนะครับ เพราะ Blog ตอนนั้นจะอธิบายรายละเอียดเอาไว้เยอะกว่า
และ สำหรับ iRobot 880 ที่ผมได้มารีวิวได้วันนี้ จะเป็นยังไงกันบ้าง มาแกะกล่องดูกันเลยครับ
จริงๆ หุ่นควรจะอยู่ในโฟมกับพลาสติกนะ แต่ผมดันแกะไปก่อนแล้วพึ่งมานึกขึ้นได้ครับ ว่าลืมถ่ายรูป ฮ่าๆ เปิดกล่องมาก็ไม่มีอะไรมาก จะเจอ เจ้า iRobot 880 นอนแอ้งแม้งอยู่พร้อมอุปกรณ์เสริมมากมาย
เรียงจากซ้ายไปขวานะครับ
- Home Base เปรียบเสมือนแท่นชาร์จของ iRobot เมื่อ iRobot ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ก็จะกลับมาที่แท่นชาร์จเองโดยอัตโนมัติครับ ตัว Home Base ของ Series 800 มีความเปลี่ยนแปลงจากรุ่น 700 คือ จะใช้แค่สายไฟเส้นเล็กๆเสียบจ่ายไฟได้เลย ไม่เหมือน Series 700 ที่ต้องมี Adapter แปลงไฟอันใหญ่ๆมาเสียบด้วยครับ
- Virtual Wall หรือ กำแพงล่องหน ใช้ในการกั้นพื้นที่ ที่ไม่อยากจะให้ iRobot พุ่งเข้าไปทำความสะอาด หลักๆ ก็จะเป็นโซนที่เปียกน้ำเช่นห้องน้ำ หรือ ห้องสำคัญอย่างห้องพระ อะไรแบบนี้นะครับ
และตัว Virtual Wall ใน Series 800 ก็มีความสามารถเพิ่มขึ้นมาด้วยครับ นั่นก็คือ มันสามารถเปลี่ยนโหมดการทำงานจาก Virtual Wall ที่เป็นกำแพงล่องหนกั้นไม่ให้ iRobot ออกจากพื้นที่ ให้กลายเป็น Lighthouse Mode หรือ ประภาคารบอกตำแหน่ง iRobot ว่าให้ออกจากห้อง เพื่อมาทำความสะอาดห้องนี้ต่อครับ
ดูจากวีดีโอก็ได้นะครับ สมมติว่า นี่เป็นชั้น 2 ของที่บ้าน คุณให้ iRobot ทำความสะอาดห้องนอน แล้วก็ให้ออกจากห้องนอนมาทำความสะอาดที่โถงข้างนอก แต่ใช้ Virutal Wall อีกตัวกั้นห้องพระเอาไว้ ตัว iRobot ก็จะไม่เข้าไปวุ่นวายไงครับ
ในรุ่น 800 จะมีรีโมทมาให้ด้วย ซึ่งก็ใช้แบบเดียวกับพวกรถบังคับวิทยุครับ ก็คือสั่งให้ iRobot วิ่่งมาตามจุดที่เราสั่ง แล้วก็กด Spot เพื่อทำความสะอาดเฉพาะจุด หรือ Clean เพื่อทำความสะอาดทั้งห้องก็ได้ครับ
ในรุ่น 880 จะมีการเปลี่ยนหน้าตาปุ่มกดควบคุมให้ดูกดง่ายมากขึ้น หน้าจอส่องแสงบอกข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น แล้วก็วัสดุที่เปลี่ยนให้ดูหรูหรามากกว่าเดิมครับ
พลิกหงายท้องมาดูข้างล่าง จะพบเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากเลยครับ
อย่างแรกเลย Series 800 จะมีการเปลี่ยนแกนปั่นที่ใช้ในการดูดพวกเศษสกปรกเข้าไปใหม่ ซึ่งทาง iRobot ใช้ชื่อว่า AeroForce Performance Cleaning System
หลักๆ ก็คือจะใช้แกนปั่นสองตัวที่ออกแบบลวดลายมาเป็นพิเศษปั่นเข้ามากันเพื่อดูดเศษผง ฝุ่น เส้นผม ขยะ ขึ้นมายังถังเก็บ ส่วนพลังลมในการดูด ก็แรงกว่ารุ่น 700 Series ถึง 5 เท่า
แถมตัวถังเก็บขยะ ยังมี HEPA Filter หรือตัวกรองเป็นกรองละเอียดระดับเครื่องกรองอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นย้อนกลับออกมาด้วย แถมยังออกแบบถังเก็บขยะแบบใหม่ ทำให้การเปิดฝาถีงเพื่อไปทิ้งขยะไม่เปื้อนมือ รวมไปถึงการเปลี่ยน HEPA Filter ก็ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ และตัวถีงเก็บยังมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 60% ทุกทีผมใช้รุ่น 760 จะใช้เวลา 2 วันถึงจะโกยขยะไปทิ้งซักครั้งนึง รอบนี้อยู่ได้นานกว่าเดิมครับ ปรมาณ 3-4 วันถึงจะเอาขยะไปถังไปทิ้งซักครั้ง
สรุปความรู้สึกในการใช้งานทดสอบมาประมาณ 2 อาทิตย์นะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=J8SOON7UlY4
เรียกได้ว่า งานนี้เป็น Major Change สำหรับ iRobot กันเลยทีเดียว เพราะว่ารื้อเทคโนโลยีการทำความสะอาดใหม่หมดเพื่อให้สามารถสู้ศึก Cleaning Robot ในปีนี้ได้ครับ ส่วนเทคโนโลยีตัวเดิม อย่าง iAdapt Technology ที่ใช้ในการคำนวนเส้นทางในการหลบหลีกสิ่งกีดความก็ยังเก่งเหมือนเดิม ระบบตรวจสอบพื้นที่ว่า ตรงนี้ยังมีฝุ่นอยู่ ให้วนซ้ำไปด้วยก็ยังทำงานได้ดีอยู่
ในเรื่องของพื้นที่ทำความสะอาดัว 880 สามารถรองรับพื้นที่ได้กว้างถึง 200 ตารางเมตร ส่วนเรื่องเสียงก็ยังดังพอๆกับรุ่น 760 ของเก่าที่ผมใช้เหมือนเดิม อันนี้ก็ไม่รู้ใช้คำว่าดีขึ้นได้หรือเปล่า เพราะกำลังดูดมากกว่าเดิม 5 เท่า แต่เสียงดังเท่ารุ่นเก่าเนี่ย แต่เรื่องเสียงนี่ผมเฉยๆนะ เพราะผมตั้งเวลาให้มันทำความสะอาดบ้านตอนผมไม่อยู่บ้านอยู่แล้ว
ในแง่ความสะอาด ก็ต้องบอกว่าของเก่ามันก็ดีอยู่แล้ว ตัวนี้ผมเลยไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ เพราะว่าพื้นที่ทำความสะอวดไม่ได้กว้างขึ้นกว่า เดิม แต่ในแง่สัมผัสของฝ่าเท้าที่เดินย่ำไปกับพื้นนี่ บอกตรงๆว่าดีขึ้นครับ นุ่มสบายเท้า ไม่มีฝุ่นมาติดทำให้รู้สึกเดินสากเท้าแต่อย่างใด
สำหรับใครที่สนใจสินค้าของ iRobot ตอนนี้ทาง Melonbox ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ iRobot นะครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องอะไหล่ เพราะเรามีขายหมด ส่วนใครสนใจหุ่นรุ่นเล็กที่ราคาประหยัดกว่านี้ก็มีจำหน่ายเช่นเดียวกัน
ราคาอาจจะดูว่าแพง แต่ราคาแบบนี้จ้างแม่บ้านได้ไม่กี่เดือนเองนะคร้าบบบ ไปดูราคาของหุ่น iRobot ได้ที่ http://www.melonbox.com/irobot
39 comments